วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

สุดยอด ! สามเณรถอดจีวรกางบังแดด ช่วยผู้บาดเจ็บจากมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวแท็กซี่



สุดยอด ! สามเณรถอดจีวรกางบังแดด แก่ผู้ประสบอุบัติเหตุบนถนน หลังนั่งรถตุ๊กตุ๊กผ่านมา สร้างเสียงชื่นชมทั่วโลกอินเทอร์เน็ต

          เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2559 เฟซบุ๊ก โพธิ์แก้ว ศูนย์หนึ่ง ได้มีการโพสต์ภาพสามเณร 3 รูป ถอดจีวรบังแดดแก่ผู้บาดเจ็บบนถนน สร้างเสียงชื่นชมไปทั่วโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก

          ต่อมาเว็บไซต์เดลินิวส์ออนไลน์ เปิดเผยรายละเอียดว่า อุบัติเหตุดังกล่าวเป็นเหตุการณ์จักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับแท็กซี่ ที่สี่แยกวังเดิม ถ.อรุณอัมรินทร์ ใกล้โรงพยาบาลศิริราช ก่อนที่สามเณร 3 รูป นั่งรถตุ๊กตุ๊กผ่านมา เห็นเหตุการณ์พอดี จึงได้ให้คนขับจอดรถ แล้วลงมาช่วยเหลืออย่างไม่รอช้า ถอดสบงช่วยกาง 4 มุมบังแดดให้ผู้บาดเจ็บ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่กำลังช่วยเหลืออยู่






เกมส์ #โป๊กเกอร์ ที่นิยมมาในตอนนี้ คือ #siampoker
สนใจหรือสอบถามได้ที่
Line : siampoker
หรือ แชทผ่านหน้าเว็บได้ที่
>>> http://www.siampokerclub.com/


คลิปซึ้ง หนูน้อยร่ำไห้กอดคุณพ่อตำรวจไม่ปล่อย หลังไม่เจอกันนานเพราะพ่อต้องทำหน้าที่


คลิปชวนสะเทือนหัวใจ

   นี่แหละชีวิตลูกตำรวจ สาวน้อยบังเอิญพบคุณพ่อผู้เป็นตำรวจกำลังเดินลาดตระเวนข้างทาง วิ่งโผเข้ากอดแน่น-ร่ำไห้ด้วยความคิดถึงสุดใจ หลังคุณพ่อหายไปทำงานหลายวัน จนไม่ได้เจอกันเลย 

            เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยคลิปชวนสะเทือนหัวใจ เมื่อสาวน้อยชาวจีนรายหนึ่ง บังเอิญไปพบคุณพ่อที่ทำหน้าที่ตำรวจเดินลาดตระเวนอยู่ที่ริมถนนในเมืองจุนอี้ เธอก็วิ่งโผเข้าไปกอดพร้อมทั้งร้องไห้น้ำตาไหลพรากเพราะคิดถึงคุณพ่อสุดหัวใจ หลังจากไม่ได้เจอคุณพ่อมานานหลายวัน 

คลิปชวนสะเทือนหัวใจ
                                                                                                                                                                                                                                                                                                ทั้งนี้เป็นเพราะคุณพ่อมีอาชีพเป็นตำรวจ ต้องออกไปปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ จึงมีเวลาอยู่กับลูกสาวไม่มากนัก เมื่อลูกสาวไม่เจอคุณพ่อนาน ๆ จึงเกิดอาการคิดถึงมากมายเช่นนี้  

คลิปชวนสะเทือนหัวใจ

หลังจากคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกนำไปโพสต์และแชร์ต่อกันในโซเชียลของจีน ชาวเน็ตต่างรู้สึกสงสารสาวน้อยคนนี้จับใจ คอมเม้นท์บางรายก็รู้สึกโกรธคุณพ่อตำรวจคนนี้ ที่ไม่แบ่งเวลาไปหาลูกสาวบ้างเลย ในขณะที่บางส่วนก็เข้าใจคุณพ่อท่านนี้เช่นกัน แสดงความเห็นว่า คุณพ่อท่านนี้เขาคงเห็นประชาชนมาก่อนเรื่องส่วนตัว แต่สำหรับตัวเด็กน้อยเอง เธอก็คงยังไม่รู้หรอกว่าอาชีพตำรวจนั้นสำคัญมากแค่ไหน เธอแค่เพียงอยากมีคุณพ่ออยู่ให้ความอบอุ่นข้าง ๆ กายเหมือนเช่นเด็กคนอื่น ๆ เท่านั้นเอง



เกมส์ #โป๊กเกอร์ ที่นิยมมาในตอนนี้ คือ #siampoker
สนใจหรือสอบถามได้ที่
Line : siampoker
หรือ แชทผ่านหน้าเว็บได้ที่
>>> http://www.siampokerclub.com/

       
             

"น้องกร" สามเณรน้อย ลาสิกขาแล้ว แต่ยังขอตามพระอาจารย์ไปบิณฑบาต


น้องกร วัดป่ามณีกาญจน์

 น้องกร วัดป่ามณีกาญจน์ ลาสิกขาแล้ว หลังบวชเป็นสามเณรภาคฤดูร้อน เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แม้ลาสิกขาแล้วก็ยังคงตามพระอาจารย์ไปบิณฑบาตตอนเช้าเหมือนที่ผ่านมา
          หลังจากที่ น้องกร วัดป่ามณีกาญจน์ วัย 3 ขวบกว่า ได้เข้าบวชเป็นสามเณรภาคฤดูร้อน ที่วัดป่ามณีกาญจน์ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2559 และได้ศึกษาพระธรรมในฐานะสามเณรกรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ล่าสุดวันที่ 9 พฤษภาคม เพจเฟซบุ๊ก น้องกร วัดป่ามณีกาญจน์ เปิดเผยว่า สามเณรกรได้ทำพิธีลาสิกขากับพระอาจารย์อำนวยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้ว่าน้องกรจะไม่ได้เป็นสามเณรน้อยอีกต่อไป แต่น้องกรก็ยังคงตามพระอาจารย์ไปบิณฑบาตตอนเช้าเหมือนที่เคยทำเสมอมา

น้องกร วัดป่ามณีกาญจน์

          นอกจากนี้ เพจเฟซบุ๊ก น้องกร วัดป่ามณีกาญจน์ ยังโพสต์คลิปขณะที่น้องกรเข้าไปกราบลาสิกขากับพระอาจารย์อำนวย เผยให้ภาพของน้องกรเข้าไปกราบลาพระอาจารย์อำนวย 3 ครั้ง เพื่อลาสิกขา แต่ก็โดนดุเล็กน้อย เนื่องจากน้องกรลืมวิธีไหว้ ทำให้พระอาจารย์อำนวยต้องให้น้องกรไหว้ใหม่ เมื่อทำพิธีเสร็จน้องกรก็โผกอดและหอมแก้มพระอาจารย์อำนวย พร้อมบอกว่า น้องกรจะลาไปอยู่ร้านกาแฟของคุณแม่  

น้องกร วัดป่ามณีกาญจน์

เกมส์ #โป๊กเกอร์ ที่นิยมมาในตอนนี้ คือ #siampoker
สนใจหรือสอบถามได้ที่
Line : siampoker
หรือ แชทผ่านหน้าเว็บได้ที่
>>> http://www.siampokerclub.com/


ยันสารเคมีใน ซ.พหลโยธิน 24 เป็นสารอิริเดียม 192 ไม่อันตราย-ไม่รั่วไหล


สารกัมมันตภาพรังสีรั่วไหล ซ.พหลโยธิน 24

สารกัมมันตภาพรังสีรั่วไหล ซ.พหลโยธิน 24

 ข่าวพบสารเคมีอันตราย ซ.พหลโยธิน 24 ล่าสุด ตรวจสอบแล้วไม่มีการรั่วไหล ยันไม่ใช่กัมมันตรังสี โคบอลต์ 60 หรือสารซีเซียม-137 แต่เป็น อิริเดียม 192" (IR 192) ไม่มีอันตราย
         วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 เวลา 15.12 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการพบสารเคมีอันตรายไม่ทราบชนิด ภายในซอยพหลโยธิน 24 แยก 2-1 พื้นที่เขตจตุจักร ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นโกดังคอนกรีต 2 ชั้น 

         จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าจะเป็นสารกัมมันตรังสี โคบอลต์ 60 ซึ่งเป็นสารอันตราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงสุทธิสาร ได้ทำการปิดกั้นบริเวณจุดเกิดเหตุในระยะ 200 เมตร พร้อมทั้งอพยพประชาชนออกจากจุดดังกล่าว และได้ประสานงานสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ 

         ต่อมาเวลา 16.22 น. ทวิตเตอร์ศูนย์อัมรินทร์ แจ้งความคืบหน้าเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ได้ใช้เครื่องวัดค่ากัมมันตภาพรังสีแล้วไม่พบการรั่วไหล  ส่วนสารที่พบนั้นไม่ใช่สารโคบอลต์ 60 แต่เป็นสารซีเซียม-137 จากนั้นศูนย์วิทยุพระราม 199 สังกัดสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) ก็ระบุเช่นเดียวกันว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานปรมาณูฯ ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นสารซีเซียม 137 ที่ใช้สำหรับช่วยในการถ่ายภาพในงานอุตสาหกรรม นอกจากนั้นผลการตรวจวัดค่ารังสีบริเวณจุดเกิดเหตุไม่พบการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี และผลตรวจสอบเบื้องต้นไม่ใช่สารพิษรุนแรง

         อย่างไรก็ตาม ในเวลา 17.00 น. มีรายงานว่า ภายหลังจากเกิดความสับสนก่อนหน้านี้ว่าสารที่พบคือ โคบอลต์ 60 หรือ ซีเซียม 137 กันแน่ ล่าสุุดสำนักข่าววอยซ์ทีวีและไบรท์ทีวี ได้แจ้งข้อมูลว่าทางสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติยืนยันว่า ตกลงสารที่พบคือ "อิริเดียม 192" (IR 192) และไม่มีการรั่วไหล ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด

         หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานปรมาณูฯ สามารถตรวจสอบได้ว่าบริษัทใดเป็นผู้นำเข้าอุปกรณ์ชิ้นนี้ การนำมาทิ้งไว้ถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งตำรวจจะสอบสวนต่อไปเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ส่วนใครที่พบเจอวัตถุต้องสงสัยที่มีสัญลักษณ์เกี่ยวกับรังสี โทร.แจ้งได้ที่ 089-200-6243 ตลอด 24 ชั่วโมง

         ขณะที่ ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ให้สัมภาษณ์ว่า สารที่พบคือ IR 192 ไม่ใช่โคบอลต์ 60 และไม่ใช่ซีเซียม 137

         โดยสารดังกล่าว ใช้ในอุตสาหกรรมถ่ายเอ็กซเรย์ เครื่องจักรที่ชำรุด แต่หมดอายุแล้ว ยืนยันว่าไม่เป็นอันตรายต่อประชาชน แต่เพื่อความสบายใจจะนำอุปกรณ์ชิ้นนี้ไปเก็บไว้ที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติเพื่อทำลายทิ้งต่อไป ส่วนผู้ที่นำอุปกรณ์มาทิ้งไว้ถือว่าผิด พ.ร.บ.พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. 2504 เนื่องจากกำจัดไม่ถูกต้อง พร้อมแนะนำประชาชนหากพบให้ออกห่างและแจ้งหน้าที่มาตรวจสอบทันที

         นางพิมพ์ชยา สุรสารพัน ผู้ดูแลอาคาร ระบุว่าสำหรับ อาคารคอนกรีตดังกล่าวของ บ.จัดหางานโปรเฟสชั่นแนล โอเวอร์ซี ออฟแมนพาวเวอร์ จำกัด ซึ่งก่อนหน้าได้ปล่อยให้ชาวเกาหลีซึ่งเป็นเพื่อนของเจ้าของอาคารเช่า และชาวเกาหลีได้เดินทางไปทำธุรกิจที่ จ.ระยอง ต่อมา ชาวเกาหลีเดินทางกลับประเทศแต่ก่อนเดินทางกลับได้นำกล่องสารเคมีมาทิ้งไว้และเดินทางกลับ และเมื่อตนเข้ามาเพื่อเคลียร์สิ่งของภายในอาคารที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงพบถังสารเคมีอยู่ชั้น 2 ฝั่งขวา จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อนำไปทำลายทิ้ง

สารกัมมันตภาพรังสีรั่วไหล ซ.พหลโยธิน 24

เกมส์ #โป๊กเกอร์ ที่นิยมมาในตอนนี้ คือ #siampoker
สนใจหรือสอบถามได้ที่
Line : siampoker
หรือ แชทผ่านหน้าเว็บได้ที่
>>> http://www.siampokerclub.com/

วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2559


เมียช้ำใจหนัก !! ผัวแอบพาผู้หญิงมานอนด้วย แต่พอผัวพูดแบบนี้ เมียถึงกับใจอ่อน!?


เมียช้ำใจหนัก !! ผัวแอบพาผู้หญิงมานอนด้วย แต่พอผัวพูดแบบนี้ เมียถึงกับใจอ่อน!?


ภรรยากลับมาจากไปเที่ยวรอบโลกมาพบสามีนอนกับหญิงอื่นอยู่บนเตียง
เธอโมโหมากและเก็บของ ออกจากบ้าน
สามีหนุ่มเข้ามาฉุดเธอไว้
“ที่รัก ให้ผมอธิบายก่อนซิ”
ภรรยาหยุดฟังคำสามี
“ผมขับรถเจอเธอเดินโซเซอยู่บนถนน
เนื้อตัวเปื้อนมอมแมม หิวโซ เลยพากลับมาบ้าน
เอาเนื้อที่คุณไม่ชอบในตู้เย็นมาทำอาหารให้เธอกิน
เห็นเธอใส่รองเท้าขาดๆ ก็เลยเอารองเท้าตกรุ่น ที่คุณทิ้งให้เธอใส่
เอาเสื้อกันหนาวที่ผมซื้อให้คุณแต่คุณไม่เคยใส่เพราะไม่ชอบสีให้เธอ”
“กางเกงเธอก็ขาด ผมก็เอากางเกงที่คับคุณใส่ไม่ได้แล้วให้เธอ”

ภรรยาเริ่มใจอ่อนแต่ไม่วายสงสัย
“แล้วทำไมถึงได้เนื้อตัวล่อนจ้อนอยู่บนเตียงกับเธอล่ะ”
“ก็ก่อนไป เธอถามว่ามีอะไรอีกไหมที่คุณไม่ค่อยได้ใช้”




 

ไขข้อคาใจ กัญชารักษามะเร็ง ‘มโนมั่ว’ หรือ ‘ยาสวรรค์’?






กัญชา รักษามะเร็ง...ข่าวลือกระหึ่มโซเชียลในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยที่เราในฐานะประชาชนตาดำๆ คนหนึ่ง มิอาจสืบทราบได้เลยว่า คำบอกเล่าที่ว่านั้น มีความจริงเท็จมากน้อยเพียงใด? ซึ่งวินาทีนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ มีตัวช่วย 2 ตัวช่วยที่จะมอบให้คุณนำไปใช้ประกอบการอ่านรายงานพิเศษชิ้นนี้ ชื้นที่หนึ่ง คือ สติ (สำหรับวิเคราะห์ข้อเท็จจริง) และชิ้นที่สอง คือ ความอดทนในการอ่านหนังสือที่มีความยาวหลายสิบบรรทัด (สำหรับขาจร ใจไม่รักการอ่าน) รับไปได้เลย เราให้คุณฟรีๆ...
เริ่ม! จากข่าวลือดังกล่าว มีหลายต่อหลายคนเชื่อและเสาะแสวงหาทางรอดตามคำบอกเล่า มีหลายคนสับสนว่าสารเสพติดอย่างกัญชาจะสามารถรักษามะเร็งได้จริงหรือ หรือแม้กระทั่งมีหลายคนตั้งข้อสงสัยต่อข่าวลือดังกล่าวว่า อาจมีการแอบแฝงผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มไว้หรือไม่...แต่ประเด็นปัญหาคาใจ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ จะสามารถคลี่คลายไปได้ก็ต่อเมื่อ คุณพินิจพิจารณาข้อความด้านล่างให้บรรจบครบถ้วน เพราะตอนนี้ จะมีแต่คุณและคุณเท่านั้นที่ได้คำตอบว่า...สุดท้ายแล้ว กัญชา สามารถรักษามะเร็งได้จริงหรือไม่?

สารเสพติดอย่างกัญชาจะสามารถรักษามะเร็งได้จริงหรือ?

  • กัญชา รักษามะเร็ง วิจัยถึงขั้นไหน ใช้ได้หรือยัง?
มุม ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ...ชี้ชัดลือกัญชารักษามะเร็ง ไร้ข้อมูลยัน
เราขอยกคำบอกเล่าจากปากของ นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ มาเป็นตัวตั้งต้น เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจได้โดยง่าย โดย นพ.วีรวุฒิ แพทย์ผู้มากประสบการณ์ในการรักษามะเร็งให้แก่ผู้ป่วย บอกกับทีมข่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า วินาทีนี้ ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า กัญชาสามารถรักษามะเร็งในคนได้ จะมีก็แต่เพียงการศึกษาและวิจัยในระดับขั้นทดลองตามกระบวนการ คือ 1.ทดสอบกับเซลล์มีชีวิตในหลอดทดลอง 2.ทดสอบในสัตว์ทดลอง และ 3.ทดสอบในมนุษย์ โดยล่าสุด อยู่ในขั้นตอนการทำวิจัยว่า กัญชาจะสามารถรักษามะเร็งในคนได้หรือไม่
“กว่าจะได้ยารักษาโรคมาหนึ่งตัว นักวิจัยต้องตรวจสอบผลการวิจัยตั้งแต่ระดับเซลล์ ระดับสัตว์ ระดับมนุษย์อย่างถี่ถ้วน ซึ่งนักวิจัยต้องมีข้อมูลพื้นฐานว่า กัญชาสามารถตอบสนองกับเซลล์ กัญชาสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งสมองในหนูได้ จากนั้น ก็จะเข้าสู่กระบวนการทดลองในคน แต่ก็มิใช่ว่า กัญชาจะดีเลิศประเสริฐศรี และสามารถใช้รักษามะเร็งได้ทุกตัว เพราะฉะนั้น หากถามว่า มีความเป็นไปได้ไหมที่กัญชาจะสามารถรักษามะเร็ง คำตอบคือ ถ้าสุดท้ายผลวิจัยระบุออกมาว่า กัญชารักษามะเร็งไม่ได้ อะไรต่างๆ ที่คิดกันไปก็ต้องจบเห่ แต่ถ้ารักษาได้ ก็คงต้องว่ากันต่อไป” ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวอย่างฉะฉาน

กว่าจะได้ยารักษาโรคมาหนึ่งตัว นักวิจัยต้องตรวจสอบผลการวิจัยตั้งแต่ระดับเซลล์ ระดับสัตว์ ระดับมนุษย์อย่างถี่ถ้วน


ผู้สื่อข่าวถาม นพ.สมยศ กิตติมั่นคง ผู้เขียนหนังสือกัญชาคือยารักษามะเร็งว่า คุณหมอเคยเห็นกับตาหรือไม่ ว่ากัญชาสามารถรักษามะเร็งได้จริง ซึ่งเราได้คำตอบจาก นพ.สมยศ ว่า ตนไม่ได้เห็นกับตา แต่มีคนไข้ หรือญาติคนไข้เข้ามาพูดคุยบอกเล่าให้ฟังว่า เคยใช้กัญชารักษามะเร็งแล้วได้ผลดี โดยกัญชาสามารถรักษาให้หายจากโรคร้ายได้จริงๆ และภายหลังจากที่มีกระแสข่าวดังกล่าวออกไปสู่สาธารณชนเป็นวงกว้าง ก็ยิ่งทำให้มีคนติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมาก เพื่อบอกเล่าว่า พวกเขาเคยทำการรักษาเช่นนี้มาก่อน และกัญชาช่วยให้หายจากโรคมะเร็งจริงๆ

“เราก็สังหรณ์ใจอยู่แล้วว่า ต้องมีคนทำ เพราะเรารู้ข้อมูลระแคะระคายมาก่อน ตอนนี้ข้อมูลเริ่มชัด แต่บอกไม่ได้ว่าใครทำ และทำที่ไหน ซึ่งตอนนี้การวิจัยกัญชาสามารถผ่านการวิจัยในหลอดทดลอง และในสัตว์ทดลองมาได้แล้ว เหลือแต่ในขั้นทดลองในคน แต่ในขณะที่อยู่ในขั้นตอนทดสอบในคน และในช่วงที่ผ่านมา ได้มีคนไข้ในต่างประเทศนำกัญชาไปทดลองด้วยตนเองแล้วได้ผล โดยไม่รอผลการทดลองในคน ซึ่งต่อมาพบว่า ในต่างประเทศมีผู้หายป่วยจากโรคมะเร็งนับพันๆ คน”นพ.สมยศ กล่าว เราถามต่อว่า ผู้ใดเป็นคนเก็บสถิติว่ามีคนไข้ที่หายจากโรคมะเร็งนับพันๆ คน นพ.สมยศตอบสั้นๆ ว่า "แคนาดา"

ผู้ป่วยที่เลือกการรักษาแบบแพทย์ทางเลือก ผมไม่เคยเห็นกับตาเลยว่า สามารถช่วยชีวิตได้จริงๆ เท่าที่เห็น ส่วนใหญ่ก็จะตายกันหมด โดยเฉพาะคนไข้มะเร็งที่แจ้งกับหมอว่า ผมไม่รับการรักษาตามมาตรฐาน ผมไม่ผ่าตัด ผมไม่ฉายแสง ผมไม่เคมีบำบัด ผมเลือกแพทย์ทางเลือกอย่างเดียว คนแบบนี้ส่วนใหญ่จะไม่มีชีวิตรอด ส่วนกรณีที่มีคนอ้างว่า มีแพทย์ไทยที่ให้การรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งอย่างลับๆ มานาน ส่วนตัวผมก็ไม่เคยเห็น ไม่เคยพบสักที เพราะการที่จะมาพูดว่า หมอแอบรักษาคนไข้ลับๆ ใครๆ ก็พูดได้ ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวอย่างตรงไปตรงมา

นพ.สมยศ ผู้เขียนหนังสือกัญชาคือยารักษามะเร็ง ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษามะเร็งด้วยกัญชาว่า“ผมไม่ได้แนะนำให้คนไทยเอากัญชามาใช้รักษามะเร็ง แต่วิธีการใช้ของผมมีบอกไว้หมดแล้วในหนังสือที่ผมเขียน ซึ่งวิธีการนำกัญชามารักษามะเร็งก็ไม่ยุ่งยากแต่อย่างใด สามารถทำเองได้ที่บ้าน และมีวิธีที่หลากหลายให้เลือกใช้ เช่น ใช้วิธีหม้อหุงข้าว เตารีด หรือที่หนีบผม ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะสะดวกแบบไหน”

“วิธีสกัดแบบที่หนึ่ง คือ ใช้หม้อต้มแอลกอฮอล์ที่กินได้ ใส่กัญชาลงไปแช่ พอเริ่มได้สารออกฤทธิ์ก็นำกัญชาออก ทีนี้เราก็จะได้ยาเหลือติดก้นหม้อ แต่วิธีนี้อันตราย เพราะไอระเหยอาจระเบิดติดไฟได้ หากจะทำก็ต้องไปทำกลางทุ่งนา ส่วนวิธีที่ 2 ใช้น้ำมันมะพร้าวต้มกับกัญชา วิธีที่ 3 นำกระดาษห่อขนมคุกกี้มาห่อกัญชา จากนั้นนำเตารีดมากดนาบลงไป เพื่อที่จะทำให้สารฆ่ามะเร็งหลุดออกมาจากตัวกัญชามาติดที่กระดาษ แล้วเราก็ขูดสารที่ติดกับกระดาษออกมาใช้ ซึ่งการรักษาเหล่านี้ จะต้องอยู่ในอุณหภูมิที่กำหนด และใช้กัญชาในปริมาณที่กำหนด มิเช่นนั้น สารออกฤทธิ์ก็จะใช้ไม่ได้ โดยข้อมูลเหล่านี้ ผมได้มาจากต่างประเทศ ซึ่งเขียนไว้โดยละเอียดแล้วในหนังสือที่ผมเขียน” ผู้เขียนหนังสือกัญชาคือยารักษามะเร็ง บอกเล่าเรื่องราวโดยย่อ



  • เตารีดนาบ ต้มเดือดกัญชา ยอดยารักษามะเร็งจริงหรือ?
มุม ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ...ข้อมูลลับ ข้อมูลลือ ถามกลับคนตายทำไมไม่พูด
นพ.วีรวุฒิ กล่าวถึงกรณีที่มีแพทย์ระบุวิธีใช้กัญชารักษามะเร็ง ด้วยวิธีนำเตารีด หรือที่หนีบผมมานาบกับกัญชาว่า ในฐานะที่เป็นแพทย์แผนปัจจุบันนั้น การที่แพทย์จะนำอะไรก็ตามไปใช้กับคนไข้เพื่อทำการรักษา แพทย์จะต้องรู้และเข้าใจวิธีการรักษาโดยละเอียด และในกรณีที่แพทย์แนะนำคนไข้ให้ใช้กัญชารักษามะเร็ง คนไข้จะทราบได้อย่างไรว่า ความร้อนของเตารีดต้องอยู่ที่เท่าไหร่ ปริมาณของกัญชาต้องอยู่ในระดับไหน ซึ่งการรักษาเช่นนี้ ไม่มีผู้ใดจะยอมรับได้

“ตอนนี้ ยังไม่มีผลงานวิจัยใดๆ ออกมายืนยันว่า กัญชาสามารรักษามะเร็งได้ จะมีก็แต่พวกที่ชอบอ้างตัวว่า ได้ข้อมูลลับๆ มีข้อมูลลับๆ โดยโฆษณาไปว่า มีคนนั้นเคยหายป่วยจากมะเร็ง คนนู้นหายป่วยจากมะเร็ง สักแต่บอกว่า หายป่วยๆ แต่ทีเวลาคนตายเป็นร้อยไม่เคยเห็นจะเอามาพูดกัน” ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ บอกเล่าหมดเปลือก

มุมแพทย์เชื่อกัญชารักษามะเร็ง...กัญชาไร้ข้อเสีย แนะปลุกเสรีรอบบ้าน
นพ.สมยศ ผู้เขียนหนังสือกัญชาคือยารักษามะเร็ง ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวที่ว่า "กัญชาที่คุณหมอเชื่อว่าสามารถรักษามะเร็งได้ สามารถรักษามาะเร็งชนิดใดได้บ้าง?" นพ.สมยศ อธิบายจากคำถามข้างต้นว่า กัญชาไม่สามารถรักษามะเร็งได้ทุกระยะ โดยข้อมูลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ ระบุว่า หากคุณผ่านการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบันมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด การฉายแสง เคมีบำบัด หรือเรียกง่ายๆ ว่า ร่างกายของคุณค่อนข้างจะน่วมมาแล้วพอสมควร คุณก็จะต้องใช้กัญชาในปริมาณที่มากขึ้น
“ผมไม่เห็นว่ากัญชาจะมีข้อเสียอะไร ผมมองว่า กัญชาเป็นพืชที่สามารถรักษามะเร็งได้ทุกชนิด โดยเฉพาะมะเร็งปอดและมะเร็งเม็ดเลือด รักษาโรคได้สารพัด ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน ความดัน ต้อหิน หรืออีกเป็นสิบๆ โรค กัญชามันก็รักษาได้ เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากให้คนไทยปลูกเป็นพืชผักสวนครัว หรือเป็นสมุนไพรประจำบ้าน และคุณจะกลัวอะไร คนไทยควรจะเข้าใจกัญชาใหม่ นี่คือยารักษาโรค ไม่ใช่ยาเสพติด” นพ.สมยศ เชื่อเช่นนั้น

ป.ป.ส. เตือนสติประชาชน หาข้อมูลให้ชัด อย่าหลงเชื่อง่ายๆ
อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวติดตามความคืบหน้ากระแส ‘กัญชา ถูกกฎหมาย’ โดยทีมข่าวพูดคุยกับ นายณรงค์ รัตนานุกูล เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้ข้อมูลว่า จากการศึกษาข้อมูลของ ป.ป.ส.ในช่วงที่ผ่านมา พบว่ากัญชามีโทษมากกว่าประโยชน์ แต่ในทางกลับกัน หากทำการศึกษาวิจัยแล้วพบว่า สารในกัญชาสามารถรักษาชีวิตคนได้ หรือสามารถใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ได้ ก็จะดึงประโยชน์นั้นๆ มาใช้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็จะต้องอยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้
“ในส่วนของประโยชน์ทางสาธารณสุขไม่มีผู้ใดอยากกีดกัน ไม่มีใครไปขวางประโยชน์ของประชาชน แต่ประชาชนบางคนอ่านแต่พาดหัวข่าวว่า กัญชารักษามะเร็งได้ ก็หลงเชื่อ แต่ความจริงแล้ว ประชาชนควรอ่านเนื้อหาข่าวให้ครบถ้วน เสาะหาข้อมูลเพิ่มเติมอย่างละเอียด และรับฟังอย่างมีวิจารณญาณ เพราะตอนนี้กัญชายังเป็นยาเสพติดอยู่” เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวเตือนสติ

"การรักษาด้วยแพทย์ทางเลือกมีอยู่มากมายเต็มบ้านเต็มเมือง
หากคุณอยากจะลอง ก็ลองไป แต่สิ่งสำคัญที่คุณจะทิ้งไม่ได้ คือ การรักษามาตรฐาน
เพราะจากประสบการณ์ ผมเห็นหลายต่อหลายคนที่ปฏิเสธการรักษาตามมาตรฐาน
บทสรุปของเขา คือ ลงเหว เขาตายทั้งๆ ที่เป็นมะเร็งระยะแรก..." นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ
สรุปสุดท้าย เราไม่เฉลย หรือยืนยันว่า กัญชาสามารถรักษามะเร็งได้จริงหรือไม่
แต่หลังจากคุณอ่านรายงานพิเศษชิ้นนี้จบ
คุณก็จะรู้เองว่า คำตอบคืออะไร!

ทลายรง.ผลิต แชมพูปลอม





ตำรวจนครปฐมร่วมกับทหาร บุกทลายแหล่งผลิตแชมพูสระผมครีมนวดผม และครีมอาบน้ำปลอม หลังได้รับการประสานจากตัวแทนบริษัทผู้ผลิตว่ามีการลักลอบก๊อบปี้สินค้าบริษัทหลายยี่ห้อ ก่อนบุกค้นบ้านเช่าเจอของกลางเพียบทั้งที่ทำเสร็จแล้วและอุปกรณ์การผลิตหลายรายการ คุมตัวสาวใหญ่มาสอบสวนรับสารภาพเคยเป็นลูกจ้างญาติมาก่อน พอโดนจับต้องปิดกิจการ เลยหันมาทำเองส่งขายตามตลาดนัด 3 จังหวัด
บุกทลายแหล่งผลิตแชมพูและครีมอาบน้ำปลอมส่งไปขายตลาดนัดรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 8 พ.ค. ที่ห้อง ศปก.สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พ.ต.อ.วรพล ยิ่งเจริญ ผกก.สภ.พุทธมณฑล พ.ต.ท.ธงชัย เนตรสขาวัฒน์ รอง ผกก.ป. ร.ท.ภิญโญ ธวัชสุนทร หัวหน้าชุดรักษาความสงบ ช.พัน 9 และนายนัฐพล มณีทิพย์ ตัวแทนบริษัทยูนิลีเวอร์ไทยเทรดดิ้ง จำกัด ร่วมกันแถลงจับกุมนางเสียงสังข์ หมื่นวงษ์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ 7 ต.อ่างแก้ว อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ข้อหาปลอมเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรองหรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร พร้อมของกลางแชมพูสระผม ครีมนวดผม และครีมอาบน้ำ ขนาด 550 มล. และ 600 มล. กว่า 30 ยี่ห้อ จำนวน 800 ขวด สารเคมีที่ใช้ผลิตสีผสมหัวน้ำหอม อุปกรณ์ ขวดเปล่า ถังพลาสติกขนาด 50 ลิตร 4 ถัง ไดร์เป่าลมร้อน 1 อัน รวมมูลค่ากว่า 6 หมื่นบาท
สืบเนื่องจากนายนัฐพลได้ประสาน พ.ต.อ.วรพล และทหารชุดรักษาความสงบ ช.พัน 9 ว่ามีผู้ลักลอบปลอมสินค้าบริษัททั้งแชมพูสระผม ครีมนวดผม ครีมอาบน้ำ ยี่ห้อซันซิล โดฟ ลักซ์ ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนที่บ้านเลขที่ 44/46 หมู่ 2 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล เป็นแหล่งลักลอบผลิตและจำหน่ายแชมพูสระผม ครีมนวดผม และครีมอาบน้ำปลอม จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพบของกลางแชมพูปลอม อุปกรณ์การผลิตทั้งสารเคมี ขวดเก่าแชมพูสระผมที่ล้างทำความสะอาดแล้ว และขวดที่ยังไม่ได้ล้าง พร้อมฉลากหลายยี่ห้อเป็นจำนวนมาก
สอบสวนนางเสียงสังข์ให้การรับสารภาพว่า ลักลอบผลิตแชมพูสระผม ครีมนวดผม ครีมอาบน้ำมาเกือบ 2 ปีแล้ว สารเคมีที่นำมาใช้เป็นส่วนผสมมีหัวสบู่ ผงฟอง เกลือ หัวน้ำหอม สีผสมอาหาร ทั้งหมดซื้อมาจากตลาดสำเพ็ง สำหรับขวดที่ใช้บรรจุจะไปรับซื้อมาจากร้านขายของเก่าอีกทีแล้วนำมาล้างทำความสะอาด ก่อนแยกประเภทสินค้าแต่ละชนิด เพื่อแยกสีแยกกลิ่นของแชมพู ครีมนวด ครีมอาบน้ำที่ผสมได้ใส่ขวด เมื่อผสมเสร็จแล้วจะนำไปบรรจุใส่ขวดยี่ห้อต่างๆ แล้วติดฉลากแพ็กให้เรียบร้อยเหมือนกับเป็นแชมพูสระผมที่ส่งมาจากโรงงานจริง จากนั้นนำไปขายตามตลาดนัดในจังหวัดนครปฐม ราชบุรี และ สุพรรณบุรี และร้านค้าบางร้านที่มารับสินค้า ราคาขายจะขวดละ 79 บาทกับ 59 บาท ส่วนสูตรผสมได้มาจากญาติที่ตนเคยทำงานเป็นลูกจ้างมาก่อน ต่อมาญาติถูกจับ เลยแอบมาผลิตขายเองที่บ้าน